สีแดงกับสีดำ

 สีแดงกับสีดำ แปลมาจากหนังสือ The Red and The Black ของผู้เขียน Stendahl

เป็นวรรณกรรมชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่งของโลก ซึ่งประเทศไทยเราได้แปลหลังจากที่ต้นฉบับได้ตีพิมพ์


สีแดงกับสีดำ (Le Rouge et le Noir, 1830) เขียนโดยสต็องดาล (1783-1842) เป็นนิยายฝรั่งเศสที่เล่าชีวิตของชายหนุ่มชื่อ ชูเลียง ซอเรล ตั้งแต่วัย 19 ปี เขาเป็นลูกชายของช่างไม้ แต่ใฝ่ฝันถึงชีวิตที่ยิ่งใหญ่รุ่งโรจน์ เขาฝันอยากเป็นเหมือนวีรบุรุษชื่อนโปเลียน อยากไต่เต้าขึ้นไปสู่แวดวงสังคมฝรั่งเศสชั้นสูง นิยายเรื่องนี้เล่าว่าชูเลียงทำอย่างไรบ้างเพื่อไปให้ถึงความฝันนั้น ชูเลียงต้องดิ้นรนต่อสู้ระหว่างอารมณ์และเหตุผล ระหว่างการกระทำตามสัญชาตญาณและการวางแผน ระหว่างความจริงและความลวง ระหว่างความจริงใจและความหน้าไหว้หลังหลอก เขาดิ้นรนต่อสู้ระหว่างสีแดงและสีดำ 

อองเดร ฌีด นักเขียนรางวัลโนเบลกล่าวว่านิยายเรื่องนี้เป็นนิยายที่มาก่อนกาล นั่นคือเป็นหนังสือที่เขียนขึ้นสำหรับผู้อ่านในศตวรรษที่ 20 สต็องดาลบรรยายความคิดความรู้สึกของตัวละครลงในเนื้อเรื่อง ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของการเล่าเรื่องสไตล์นี้ 

แฮโรลด์ บลูม นักวิจารณ์วรรณกรรมคนดังของอเมริกายกย่องสต็องดาลว่าเป็นนักเขียนฝรั่งเศสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง (นอกจากบัลซัก โฟลแบรต์ และพรูสต์) แต่สต็องดาลนั้นโรแมนติกกว่า เป็นแนวร่วมของเช็กสเปียร์ และเป็นลอร์ดไบรอนย่อยๆ คนหนึ่งทีเดียว

บางตอนจาก สีแดงกับสีดำ ของ สต็องดาล (ขอแปลเองมาให้ชมก่อน)

"หนังสือดีหนึ่งเล่ม คือเหตุการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต" 

"ความหลงใหลที่แท้จริงของคนเราคือความเห็นแก่ตัว" 

"บรรยากาศที่เศร้าสร้อยนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เราต้องการบรรยากาศเบื่อหน่าย หากเราเศร้าแปลว่าเราต้องการอะไรบางอย่าง มีบางอย่างที่เรายังไม่ได้มา ซึ่งแสดงถึงความต้อยต่ำของตัวเรา ในทางกลับกัน ถ้าเราเบื่อ คนที่ต้อยต่ำคือคนที่พยายามเอาใจเราโดยไม่เป็นผล"

ติดตาม สีแดงกับสีดำ ฉบับแปลไทยได้เร็วๆ นี้ แปลจากภาษาฝรั่งเศสโดย อำพรรณ โอตระกูล สำนักพิมพ์สามัญชน บรรณาธิการโดย เวียง วชิระ บัวสนธ์ นี่คือหนังสือเล่มแรกของ มวจ. ที่ภูมิใจนำเสนอ

ที่มา เพจ 

มวจ. มาตรฐานวรรณกรรมพิมพ์จำกัด

จากเพจ KOROK
096 สีแดงกับสีดำ (The Red and the Black)
□ จากเหตุการณ์ยิงคนรักและพยายามยิงตัวตายของสามเณรรูปหนึ่งได้นำมาสู่วรรณกรรมยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งของวงการวรรณกรรมฝรั่งเศส อันเป็นผลงานของ Stendhal ที่ได้ฉายภาพความเป็นฝรั่งเศสในยุคนั้นผ่านชะตาชีวิตของ Julien Sorel ที่ขึ้นสุด ลงสุดได้อย่างสะเทือนใจ
■ The Red and the Black เป็นเรื่องราวของ Julien Sorel นักบวชหนุ่มลูกชายช่างไม้แห่งเมือง Verrières ได้ถูกว่าจ้างเป็นครูพี่เลี้ยงสอนเด็กๆในครอบครัว Monsieur de Rênal นายกเทศมนตรีผู้ร่ำรวย แต่แล้วกลับเกิดปัญหาขึ้นเมื่อเขาเกิดความรักกับเมียของนายตัวเอง
□ เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ช่วง การฟื้นฟูราชวงศ์บูร์บง ภายหลังปฏิวัติฝรั่งเศส และความพ่ายแพ้ของ Napoleon ผู้ยิ่งใหญ่ สถานการณ์การเมืองยังคงสับสนและครุกรุ่น ฝ่ายนิยมกษัตริย์นำโดย Louis XVIII และศาสนาคริสต์ได้หวนคืนอำนาจ แต่ฝ่ายเสรีนิยมก็ยังคงช่วงชิงอำนาจกันต่อไป
■ ส่วนสถานที่ ช่วงแรกจะเป็นบ้านของ Monsieur de Rênal ที่เป็นชนบทใน Verrières เมืองสมมติ ส่วนช่วงหลังจะเป็นบ้านของ Marquis de la Mole ใน Paris
□ ประเด็นที่น่าสนใจอย่างแรกของ The Red and the Black คือการนำพาผู้อ่านดำดิ่งไปกับความคิดของตัวละคร Julien Sorel ตัวเอกของเรื่องสะท้อนภาพของชนชั้นกลางผู้ซ่อนเร้นความทะเยอทะยานอยากเป็นคนยิ่งใหญ่ดั่ง Napoleon ความรู้สึกชิงชังชนชั้นนำแต่ก็อยากจะเป็นบุคคลสำคัญไปด้วย
■ นี่เป็นความลักลั่นของคนมีความสามารถแต่ขาดวาสนาและชาติตระกูล ทำให้การประสบความสำเร็จนั้นเป็นไปได้ยากและถูกชนชั้นนำเก่าดูถูกดูแคลนเสมอ สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือการเป็นคนยิ่งใหญ่และได้รับการยอมรับ เพราะในชีวิตเขาแม้แต่พ่อก็ไม่เคยยอมรับในตัวเขาเลย
□ ความย้อนแย้งนี้ได้นำพาเขาไปสู่ความรักความสัมพันธ์กับหญิงสาว 2 คนที่แตกต่างกันมาก Mathilde เป็นตัวแทนสาวชนชั้นนำสมัยใหม่ที่เลือกคนด้วยเหตุผลมากกว่าชาติตระกูล เชื่อมั่นในตัวเองสูง และไม่หวาดกลัวสังคมและคำครหาใดๆ
■ ส่วน Madame de Rênal เป็นตัวแทนสตรีผู้เคร่งศาสนาแบบสาวชนบท มีความอ่อนไหว เกรงกลัวต่อบาป แต่กลับอยู่ในสถานการณ์ที่ขัดแย้งกับจารีตประเพณีเมื่อตกหลุมรักชายอื่นทั้งที่มีสามีอยู่แล้ว
□ สิ่งที่ยากที่สุดของ Julien Sorel คือการตัดสินใจเลือกระหว่าง “การประสบความสำเร็จในชีวิต” หรือ “ความรัก” เมื่อทั้งสองอย่างบางครั้งก็ไปในทิศทางเดียวกัน แต่บางครั้งก็ทำลายซึ่งกันและกัน แล้วอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องในชีวิต?
■ ประเด็นที่น่าสนใจอีกอย่างคือ The Red and the Black สะท้อนความรู้สึกนึกคิดต่อสถานการณ์วุ่นวายของฝรั่งเศสในยุคนั้น The Red หมายถึง ความยิ่งใหญ่ของกองทัพฝรั่งเศสอันเกรียงไกร ความใฝ่ฝันของชนชั้นล่าง/ชนชั้นกลางที่อยากจะไต่ระดับขึ้นไปเป็นชนชั้นสูง ส่วน The Black คือการหวนกลับมาของอนุรักษ์นิยม ทั้งกลุ่มนิยมกษัตริย์ และกลุ่มของศาสนา ที่เต็มไปด้วยความสัมพันธ์ที่แฝงไปด้วยผลประโยชน์ที่สลับซับซ้อน
□ การปะทะกันในเชิงของอำนาจส่งผลกระทบต่อทัศนคติทางการเมืองและวิถีชีวิตผู้คน คนไม่ค่อยมีก็รู้สึกเกลียดชังคนรวยที่เอารัดเอาเปรียบ ขูดรีดขูดเนื้อ ทุจริต ทำทุกอย่างเพื่อกอบโกยผลประโยชน์เข้าพวกตัวเองโดยอ้างกษัตริย์และศาสนา ส่วนคนร่ำรวยก็รังเกียจคนจนที่ไม่รู้จักหน้าที่ ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง ไม่มีศีลธรรมในจิตใจ เห็นแก่เงินแก่ทองอย่างโลภโมโทสัน ทั้งสองฝ่ายจึงไม่มีวันที่จะญาติดีกันและก็เป็นความขัดแย้งที่ยังคงเกิดขึ้นในทุกมุมโลก
■ ท้ายที่สุด The Red and the Black ได้ตั้งคำถามผ่าน Julien Sorel ว่า อะไรคือสิ่งที่มนุษย์ควรจะใฝ่หา ระหว่าง ยอมรับกับสิ่งที่ชะตาชีวิตกำหนดมาแล้วก็มีความสุขกับสิ่งนั้น หรือจะใฝ่ฝันให้สูงใหญ่ และต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อให้ไปถึงความฝันนั้นให้ได้ แล้วถ้าต้องยอมเสียตัวตนของตนเอง เสียความรักของตัวเองเพื่อบรรลุเป้าหมาย เราจะยอมทำหรือเปล่า
□ The Red and the Black จึงไม่ใช่แค่วรรณกรรมโศกนาฏกรรมความรัก แต่ยังได้กระเทาะความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ และสะท้อนสภาพสังคมที่ขัดแย้งและวุ่นวายได้อย่างแหลมคม ชวนให้ผู้อ่านตั้งคำถามกับความปรารถนาที่แท้จริงของตน และสภาพแวดล้อมจะเป็นตัวเสริมหรือเป็นอุปสรรคต่อความต้องการได้ขนาดไหน เมื่อเราเกิดเป็นคนธรรมดาไม่มีเงินทอง อำนาจ หรือสายเลือดใดๆจะช่วยเหลือเราเหมือนบรรดาชนชั้นนำ

ข้าพเจ้าได้หนังสือเล่มนี้มาจาก เพจ Mad Man Book คนบ้าหนังสือร่วมกันหนังสืออีกหลายเล่ม ดังนี้

[1] "รักชวนหัว" Laughable Loves - มิลาน คุนเดอรา [Milan Kundera] 1,500.-

[2] "อมตะ" Immortality - มิลาน คุนเดอรา [Milan Kundera] 1,500.-

[3] "ความเขลา" Ignorance - มิลาน คุนเดอรา [Milan Kundera] 1,250.-

[4] "ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต" The Unbearable Lightness of Being - มิลาน คุนเดอรา [Milan Kundera] 1,250.-

[5] ชุด 4 เล่ม "มิลาน คุนเดอรา [Milan Kundera] : รักชวนหัว, อมตะ, ความเขลา, ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต" 5,000.-

[6] "ไต่ฟ้ากระชากฝัน"  Into Thin Air - จอน คราเคาเออร์ [Jon Krakauer] 1,500.-

[7] "เถ้าถ่านแห่งวารวัน" - The Remains of the Day - คาสึโอะ อิชิงุโระ [Kazuo Ishiguro] 1,500.-

[8] "สีแดงกับสีดำ"  The Red and the Black หรือ Le Rouge et le Noir - สต็องดาล [Stendhal] 4,000.-

[9] "เหมืองแร่ ฉบับสมบูรณ์" - อาจินต์ ปัญจพรรค์ 1,000.-

[10] ยกชุด 8 เล่ม "รักชวนหัว, อมตะ, ความเขลา, ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต, ไต่ฟ้ากระชากฝัน, เถ้าถ่านแห่งวารวัน, สีแดงกับสีดำ, เหมืองแร่ ฉบับสมบูรณ์" 12,000.- 


• "แฮร์มันน์ เฮสเสอะ: บนเส้นทางแสวงหา ...คืนสู่ตน"

• "เออร์เนสตฺ เฮมิงเวย์: บันทึกชีวิต การทำงาน ผลงาน"

• "วรรณกรรมเยอรมันคัดสรร: จดหมายถึงกวีหนุ่ม, ทะเลสาบอิมเม็นซี, คนขี่ม้าขาว, การเดินทาง บันทึก ภาพร่างและบทกวีคัดสรร"

• "คาห์ลิล ยิบราน: พายุ ภาพเหมือนเขียนตน ความรักและความคิด"

4 เล่ม 1,500. จากราคาเต็ม 1,930.-

ชุด สงครามและสันติภาพ ฉบับสมบูรณ์ แปลโดย วิภาดา กิตติโกวิท  2,500.-

รวมเป็น 4,000.-

ลดให้เหลือ 3,500.- ได้ครับ


จะรับอีก 4 เล่มนี้ไปเพิ่มด้วยมั้ยครับ ชุดงานแปล วิภาดา กิตติโกวิท ของ MADMAN BOOKS จะได้ครบชุด 8 เล่มทั้งหมด


• "คนที่ไม่อาจลืมและเรื่องสั้นญี่ปุ่นคัดสรรอื่นๆ"

• "โอกุสตฺ โรแดง: ว่าด้วยศิลปะ บทสนทนากับปอล กฺแซลล์"

• "GHOST STORIES - นิทานผีสอนคน: บทเพลงแห่งคริสต์มาส และ ผีแคนเตอร์วิลลฺ"

• "คือความรักคือชีวิต : เรื่องสั้นคัดสรร"


จากราคาเต็ม 1,560.-

ลดให้เหลือ 1,000. ครับ


ชุด เหยื่ออธรรม ฉบับสมบูรณ์ ที่จะพิมพ์ใหม่จะออกมาประมาณปลายปีนี้ครับ


    ซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยรู้จักเพจดังกล่าวมาก่อนจึงตัดสินใจซื้อหนังสือหลายเล่มจากสำนักพิมพ์ดังกล่าว และค้นพบภายหลังว่าเพจดังกล่าวมิได้เป็นเพียงแค่เพจขายหนังสือมือสอง แต่ยังเป็นสำนักพิมพ์อีกด้วย และในการสั่งซื้อครั้งแรกนั้นข้าพเจ้าก็ได้สั่งหนังสือที่ตีพิมพ์ทั้งหมดโดยสำนักพิมพ์มาโดยไม่รู้ตัว

และยังมีเรื่องน่าสนใจอีกหลายสิ่งเกี่ยวกับช่วงเวลาดังกล่าว
คือข้าพเจ้าเริ่มอ่านหนังสือ " บ่นสนทนา 'วรรณกรรม' โดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี" (19/4/2565) ทำให้ข้าพเจ้ารู้จักหนังสือคลาสสิคระดับโลก หนึ่งในนั้นมี ข้อความที่กล่าวว่า

สีแดงกับสีดำ เป็นร้อยแก้วแนวใหม่ ในสมัยกลางศตวรรษที่ 19 ที่เกิดขึ้นก่อน หนังสือจดหมายเหตุ Bangkok Recoder (ตีพิมพ์ระหว่าง ปี ค.ศ. 1844 - 1845 และ ค.ศ. 1865-1867) ของหมอบรัดเลย์(ก่อเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2387)

นอกจากนั้นแล้วข้าพเจ้าก็ได้อ่านหนังสือ
หนังสือ "ปริทรรศน์แห่งวรรณคดีอังกฤษ"(27/4/2565) โดย นายเปลื้อง ณ นคร ซึ่งอธิบายประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประเทศอังกฤษคร่าวๆ เพื่อปูพื้นฐานไปสู่เนื้อหาของวิวัฒนาการทางวรรณกรรมของอังกฤษ

จะสังเกตุได้ว่าหนังสือที่ข้าพเจ้าอ่านในช่วงดังกล่าวนั้นแสดงให้เห็นความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องของวรรณกรรมอย่างยิ่ง นำมาสู่รายชื่อหนังสือที่ต้องการ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ สีแดงกับสีดำ นอกจากนั้นแล้วยังมีหนังสือ เหยืออธรรม 

จะด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ ข้าพเจ้าได้เจอหนังสือ "สีแดงกับสีดำ" ที่เพจดังกล่าว และได้ทำการซื้อมา
เมื่อวันที่ 30/4/2565 เป็นเวลาไม่นานเท่าใดนัก พร้อมกับได้รับหนังสือ "เหมืองแร่ ฉบับสมบูรณ์" มาจาก Mad Man Book ด้วยเช่นกัน 

    หลังจากที่ได้รับหนังสือจาก Mad Man Book ข้าพเจ้าได้หยิบหนังสือ ของ William Saroyan มาอ่านก่อนเป็นเล่มแรกด้วยความบังเอิญหนังสือเล่มนั้นคือ The Human Comedy(ความสุขของชีวิต) 
ของสำนักพิมพ์ มูลนิธิหนังสือเพื่อสังคม Book For Society Foundation
เมื่ออ่านจบข้าพเจ้าได้อ่านบทความท้ายหนังสือโดย นพ. เนตร รามแก้ว จึงสนใจข้อมูลส่วนตัวของ นพ.เนตร จึงค้นหาดูพบว่าท่านได้ทำสำนักพิมพ์ Mad Man Book ซึ่งตีพิมพ์หนังสือของ อาจารย์​วิภาดา กิตติโกวิท ทั้งหมดดังข้อความที่หมอเนตรได้ส่งให้ข้าพเจ้าว่า


"ไม่ใช่ครับ หนังสือทุกเล่มที่แปลโดย วิภาดา กิตติโกวิท ทุกเล่ม MADMAN BOOKS จะนำกลับมาพิมพ์ใหม่ทั้งหมดครับ "


เนื่องจาก "มูลนิธิหนังสือเพื่อสังคม Book For Society Foundation" ได้แปลและตีพิมพ์หนังสือทรงคุณค่าหลายเล่มในราคาย่อมเยาว์มาก ข้าพเจ้าจึงสนใจที่จะสั่งซื้อหนังสือดังกล่าว และเป็นที่น่าสนใจว่าบรรณาธิการของสำนักพิมพ์

มูลนิธิหนังสือเพื่อสังคม Book For Society Foundation นั้นคือ อาจารย์ วิทยากร เชียงกูล ผู้เขียน รายการ

ร้อยหนังสือดีที่ควรไทยควรอ่าน และหนังสือชื่อดัง "ฉันจึงมาหาความหมาย" ซึ่งข้าพเจ้าพึ่งได้อ่านไปในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกัน


    นอกจากหนังสือ Willam Saroyan แล้วมีหนังสือของ Milan Kundera ที่ข้าพเจ้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยไม่แปลกเพราะข้าพเจ้าไม่ได้คลุกคลีกับหนังสือจำพวกนี้มาก่อนเลยตลอดชีวิต แต่ก็ยังอดแปลกใจไม่ได้เพราะว่าผู้เขียนยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน(ปี 2565 อายุ 93 ปี) และเหตุใดจึงไม่เคยผ่านหู หรือผ่านตามาก่อนเลย

หลังจากได้อ่านหนังสือ "ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต" ของ มิลาน คุณเดอรา แล้วข้าพเจ้าค้นพบว่าไม่เคยพบเจอหนังสือที่เล่าเรื่องจิตวิทยาและการกระทำของมนุษย์ในรูปแบบการประชดประชันและการชี้ให้เห็นได้ชัดเจน น่าติดตาม และในขณะเดียวกันข้าพเจ้าก็ทึ่งกับลวดลายการเขียนของผู้แต่งอย่างมาก




Prawit jiwanuntawat
เป็นเจ้าของหนังสือเหยื่ออธรรมฉบับแปลโดยอาจารย์ วิภาดา กิตติโกวิท ซึ่งเป็นแพทย์
และถ้าเข้าใจไม่ผิด เจ้าของสำนักพิมพ์ Mad Man Book คือ นพ.เนตร รามแก้ว


ล่าสุดวันที่ 18/5/2565 ข้าพเจ้าได้สั่ง

#สีแดงกับสีดำ #ฉบับแปลภาษาอังกฤษ #500B #ฟรีค่าส่ง


"สีแดงกับสีดำ"  The Red and the Black หรือ Le Rouge et le Noir - สต็องดาล [Stendhal] 

ฉบับแปลภาษาอังกฤษ C.K. Scott - Moncrieff

บทนำ Hamilton Basso

ฉบับภาพประกอบ Rafaello Busoni

จากคุณหมอเนตร รามแก้ว แห่งสำนักพิมพ์ Mad Man Book

Comments

Popular posts from this blog

MT-266 - MT-267 魔神ガロン (The Devil Garon, เทพอสูร การอน)

MT-089 - MT-090 アラバスター (Alabaster , อลาบาสเตอร์)