Dorian Grey

     แต่ท้านที่สุดแลัวนั้น ไม่มีใครหนีจิตสำนึกของเราเองไปได้ กรรมที่เราได้ทำไป ผลของมันจะตามมาหลอกหลอนเราทั้งยามกลางวันกลางคืน ทั้งเมื่อเราหลับตาลง หรือลืมตามองโลกที่งดงาม ผลของมันจะเวียนวนอยู่ในห้วงคำนึงของเราตลอดไป เหมือนดั่งไฟสุมอก เมื่อนั้นไม่มีใครหลีกหนีกรรมของตนเองไปได้ และเราจะต้องพ่ายให้แก่จิตใจของเราเอง


    หนังสือที่คนทั้งโลกเรียว่า หนังสือที่ไร้จริยธรรมนั้น แท้จริงแล้ว เป็นหนังสือที่แสดงให้คนทั้งโลกเห็นถึงความอัปยศของพวกเขาเอง


    สำหรับบทประพันธ์ Dorian Grey นี้ เป็นนวนิยายเพียงเรื่องเดียวในขีวิตการเขียนของออสการ์  ไวลด์

เป็นผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ซ้ำหลายต่อหลายครั้ง และมีชื่อเสียงในทางอื้อฉาวที่สุด หลายเสียงวิจารณ์ว่า หนังสือเล่มนี้คือหนังสือที่ไร้ศีลธรรม 

Dorian Grey นั้นยังถือว่าเป็นนวนิยายเรื่องสุดท้ายในหมวดของโกธิคทริลเลอร์ ที่มีการผสมสารเรื่องราวลึกลับพิศวงและเรื่องราวความสัมพันธ์แบบโฮโมเซ็กซวลเข้าไว้ด้วยกันอย่างปราณีต 



"ไม่มีหรอก สิ่งที่เรียกว่าหนังสือที่มีศีลธรรม และหนังสือไร้ศีลธรรมนั่นแหละ จะมีก็แต่หนังสือที่เขียนดีกับหนังสือที่เขียนเลวเท่านั้นเอง"

ออสการ์ ไวลด์


"มันไม่มีสิ่งที่เรียกว่าอิทธิพลที่ดีหรอก คุณเกรย์ อิทธิพลทุกชนิดนะไร้จริยธรรมทั้งนั้น ไร้จริยธรรมตามมุมมองทางวิทยาศาสตร์"

"เพราะว่า การมีอิทธิพลเหนือผู้อื่นก็เหมือนการให้จิตวิญญาณแก่คนๆ นั้น เขาไมไ่ด้คิดด้วยความคิดตามนิสัยของเขา แลก็ไม่ได้รู้สึกแผดเผาด้วยความหลงไหลตามนิสัยของเขาด้วยเช่นกัน คุณธรรมประจำใจของเขาก็เป็นแค่เรื่องตบตา บาปของเขา ถ้ามี ก็ขอยืม



"ไม่มีอะไรเยียวยาจิตวิญญาณของเราไปได้ดีกว่ากลิ่น เช่นเดียวกับที่ไม่มีอะไรจะเยียวยากลิ่นได้ดีกว่าจิตวิญญาณของเรา"


"เจ้ารู้มากกว่าที่เจ้าคิดว่าเจ้ารู้ แต่ยังรู้น้อยกว่าที่เจ้าอยากจะรู้"

"คนที่ชอบทำการกุศลนั้นสูญเสียความมีมนุษยธรรมไปเสียหมดแล้ว มันเป็นนิสัยที่ชัดเจนของพวกเขานะครับ"

สรรพสิ่งที่สวยงามทุกสิ่งมักมีเรื่องเศร้าซ่อนไว้เสมอ ขีวิตต้องลำเค็ญเสมอ แม้กระทั่งดอกไม้ที่น่าเกลียดที่สุดก็ยังต้องผลิบาน"


ช่างน่ากลัวอะไรเช่นนี้ ! "ข้าทนการใช้กำลังอย่างมหาศาลได้ แต่ข้าทนการใช้เหตุผลอย่างรุนแรงไม่ได้ มันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย มันไม่ถือเป็นความฉลาด"

ข้อดีของอารมณ์ คือ มันทำให้เราหลงไปในทางที่ผิด และข้อดีของวิทยาศาสตร์ คือ มันไม่มีความรู้สึกอะไรเลย

คนเราตายได้เพราะสามัญสำนึกอันน่าขนลุกขนพองพอเขาเริ่มรู้สึกตัวว่าสายเกินไป สิ่งเดียวที่พวกเขาไม่เสียใจเลย คือข้อผิดพลาดในอดีตของเขา


อย่าแต่งงานเลยโดเรียน ผู้ชายเราแต่งงานเพราะพวกเขาเหนื่อย ส่วนผู้หญิงแต่งงาน เพราะความสงสัย แล้วทั้งสองฝ่ายต่างผิดหวังทั้งคู่


หนุ่มน้อยเพื่อนรักของข้า ไม่มีผู้หญิงคนไหนเป็นคนปราดเปรื่องหรอก ผู้หญิงน่ะเป็นแค่ไม้ประดับ พวกหล่อนไม่เคยมีอะไรจะพูด แต่พวกหล่อนพูดได้น่าฟัง ผู้หญิงเป็นตัวแทนของชัยชนะแห่งเหตุผลที่อยู่เหนือจิตใจ และผู้ชายเป็นตัวแทนของชัยชนะแห่งจิตใจที่อยู่เหนือจริยธรรม


เด็กน้อยของข้า คนที่มีรักแค่ครั้งเดียวในชีวิตนั่นแหละที่เป็นคนที่มีความคิดตื้นๆ สิ่งที่พวกเขาเรียกว่า ความภักดีและความซื่อสัตย์นั้นส่วนตัวข้าเรียกว่าประเพณีน่าเบื่อหน่าย และขาดจินตนาการ ความซื่อสัตย์นั้นมีความหมายต่ออารมณ์ เหมือนอย่างที่ความคงเส้นคงวามีความสำคัญต่อความชาญฉลาด มันเป็นเพียงแค่คำสารภาพของคนที่ล้มเหลว


ยิ่งข้าแก่ตัวลงเท่าไหร่นะโดเรียน ข้ายิ่งรู้สึกว่าสิ่งใดที่บรรพบุรุษของเราว่าดีนั้น มักไม่ดีพอสำหรับคนในรุ่นเรา โลกของศิลปะก็เหมือนโลกของการเมือง บรรพบุรุษของเราคิดผิดเสมอ

เวลาที่คนมีความรัก คนๆ นั้นมักจะเริ่มต้นด้วยการหลอกตัวเอง แต่จะลงท้ายด้วยการหลอกผู้อื่น นี่คือสิ่งที่โลกเราเรียกความโรแมนติค แต่ข้าคิดว่าเจ้าคงรู้จักเธอดีไม่ว่าในแบบไหนก็ตาม

คนเรามักจะชอบให้สิ่งที่เขาเองต้องการที่สุดแก่ผู้อื่น นี่คือสิ่งที่ข้าเรียกว่า ด้านลึกของความเอื้อเฟื้อ

คนเราไม่มีทางจ่ายแพงเกินไปหรอกสำหรับความรู้สึกใด ๆ

ชีวิตเล็กๆ ที่เกิดมาทุกชีวิตสามารถเปิดเผยอะไรให้เราเห็นได้หรือไม่ เรามักไม่เข้าใจตัวเอง และเรามักไม่เข้าใจผู้อื่นด้วย ประสบการณ์ไม่มีคุณค่าทางจริยธรรมอันใดเลย เป็นเพียงแค่ชื่อที่มนุษย์ตั้งให้กับความผิดพลาดของตนเองเท่านั้น 

ประสบการณ์คือสิ่งที่สอนเราว่า เราควรจะต้องทำอย่างไรย้าง และจะต้องหลีกเลี่ยงอะไรบ้าง แต่ประสบการณ์ก็ไม่ได้มีอำนาจจูงใจแต่อย่างใดเลย และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิ่งต่างๆ ได้น้อยพอๆ กับจิตสำนึก ประสบการณ์แค่แสดงให้เราเห็นว่า โลกในอนาคตของเราจะเหมือนกับโลกในอดีตของเรา  และบาปที่เราเคยได้กระทำในครั้งหนึ่งด้วยความเกลียดชังตัวเอง เราจะทำอีกหลายๆ ครั้งในอนาคต ด้วยความพึงพอใจ


แม่คะ แม่รักพ่อมากเท่ากับที่หนูรักเจ้าชายรูปงามหรือเปล่า


ข้าไม่เคยเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยต่อสิ่งใดแล้วตอนนี้ นั่นเป็นทัศนคติที่แย่มากที่เรามีต่อชีวิตของเรา เราไม่ได้ถูกส่งมาในโลกนี้เพื่อจะโอ้อวดความมีอคติทางศีลธรรม ข้าไม่เคยใส่ใจกับสิ่งที่คนธรรมทั่วไปกล่าว และไม่เคยก้าวก่ายในสิ่งที่คนมีเสนห์กระทำ ถ้าข้าสนใจบุคคลใด และบุคคลนั้นเลือกที่จะแสดงออกอย่างไร ข้าก็พอใจทั้งนั้น

ข้อเสียของการแต่งงาน คือมันทำให้คนที่แต่งงานกลายเป็นคนไม่เห็นแก่ตัว และคนไม่เห็นแก่ตัวก็เป็นคนที่ไม่มีสีสันเอาเลย พวกเขาไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง แต่กระนั้น การแต่งงานก็ทำให้อารมณ์บางอย่างซับซ้อนขึ้น พวกเขายังมีอัตตาของตนเองและยังเสริมใส่อัตตาของคนอื่นเพิ่มลงไปอีก


เหตุผลที่เราคิดว่าคนอื่นเป็นคนดีก็เพราะเรากลัวตัวเอง การมองโลกในแง่ดีมีพื้นฐานมาจากความกลัว เราคิดว่าเราเป็นคนมีน้ำใจ เพราะเรายกความดีให้กับเพื่อนบ้านของเราว่ามีคุณธรรมความดีซึ่งจะเอื้อประโยชน์ให้แก่ตัวเราเอง ข้าไม่เคยเห็นคุณค่าของการมองโลกในแง่ดี 


ความรื่นรมย์คือบททดสอบของธรรมชาติสัญลักษณ์แห่งการยอมรับของธรรมชาติ เวลาที่เรามีความสุขเรามักจะดี แต่เวลาเราทำตัวดี เราอาจจะไม่ได้มีความสุขเสมอไป


ผู้หญิงปฏิบัติต่อเราเหมือนกับที่มนุษยชาติปฏิบัติต่อพระเจ้า พวกเธอบูชาเราและเรียกร้องให้เราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้พวกเธอเสมอ

ผู้หญิงเป็นแรงบันดาลใจให้เราสร้างผลงานชิ้นเอก และห้ามไม่ให้ถือมันออกไปไหน

มีคนสองประเภทเท่านี้นล่ะที่น่าสนใจ คือคนที่รู้ไปเสียทุกเรื่องกับคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย


ไม่มีใครที่ได้เจอสิ่งสุดวิเศษถึงสองครั้งในชีวิต และพีเพียงไม่กี่คนที่ได้พบกับสิ่งวิเศษสุดสักครั้งในชีวิต

สำหรับชายคนหนึ่งที่สูญเสียสิ่งที่คนอื่นๆ ทั่วโลกให้คุณค่า มันทำให้โดเรียนเกิดความเบิกบานใจที่แฝงความอำมหิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ซุกซ่อนไว้ในความเบิกบานและความรื่นรมย์ทุกๆ ประเภท

ดอเรียน เป็นเหมือนคนกลุ่มที่ดังเต้เคยกล่าวถึงไว้ว่าเป็นคนที่ "ทำให้ตัวเองเป็นคนที่สมบูรณ์แบบด้วยการบูชารูปร่างหน้าตาที่งดงาม" หรือเช่นที่ กอติเยร์กล่าวไว้ว่าเขาเป็นคนที่ "โลกที่มองเห็นได้นั้นมีอยู่จริง"


ในธูปหอมมีอะไรกันที่ทำให้คนดูลึกลับ มีอะไรในไขลำไส้ปลาวาฬที่ทำให้คนหลงไหล มีอะไรในดอกไวโอเล็ตที่ปลุกความทรงจำเกี่ยวกับความรักใคร่ซึ่งตายจากไปแล้ว มีอะไรในกลิ่นใต้ท้องกวางที่รบกวนสมองคน และมีอะไรในดอกจำปาป่าที่ปนเปื้อนจินตนาการของเรา และเขาเริ่มค้นคว้าเพื่อที่จะอธิบายว่าน้ำหอมมีผลทางจิตวิทยาอย่างไร 

หนังสือเกี่ยวกับอัญมณี ชื่อ เคลอลิซคาลิซ ดิสซิปลินา ของ อัลฟอนโซ

ไม่มีใครเชื่อเรื่องเสียๆ หายๆ ของคนที่มีเสนห์ และรำ่รวยได้ง่ายๆ หรอก ตามสัญชาตญาณแล้วนั้น กิริยามารยาทในสังคมนั้นดูเหมือนจะมีความสำคัญยิ่งกว่าจริยธรรม การเป็นที่เคารพนับถืออย่างสูงสุดนั้นมีค่าน้อยกว่าการมีพ่อครัวชั้นเลิศเสียอีก 


"ความพอประมาณเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างร้ายกาจ ความพอดีเป็นสิ่งที่แย่เหมือนกับอาหารมื้อหนึ่ง แต่การมีเกินพอดีต่างหากที่เยี่ยมยอดเหมือนอาหารโอชะ"

ในโลกธรรมดาแห่งความจริง คนชั่วร้ายไม่ได้รับการลงโทษ เหมือนกับคนทำความดีไม่ได้รับการตอบแทนใด ๆ คนเข้มแข็งมักจะพบกับความสำเร็จ คนอ่อนแอมักจะโดนยัดเยียดความล้มเหลวให้ ก็เท่านั้นเอง


ใครๆ ก็เป็นคนดีได้เมื่ออยู่ในชนบท เพราะในชนบทไม่มีสิ่งล่อใจ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่อยู่นอกเมืองถึงไม่พัฒนาเสียที ความเจริญและการพัฒนาใช่ว่าจะได้มาได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่ มีอยู่สองทางเท่านั้นที่คนจะพัฒนาได้ ทางแรกคือการเป็นคนมีวัฒนธรรม และทางที่สองคือ การเป็นคนเลว คนชนบทไม่มีโอกาสเป็นได้ทั้งสองแบบ พวกเขาเลยเป็นคนล้าหลังไป 

เพราะคนเรารอดชีวิตจากทุกอย่างได้ ยกเว้นความตาย การพูดจาหยาบคาย และความตาย เป็นสองสิ่งที่คนเราจะล้อเล่นด้วยไม่ได้

อาชญากรรมเป็นสมบัติของคนชั้นต่ำแต่เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น ข้าไม่โทษพวกเขาแม้แต่น้อย ข้าคิดว่าอาชญากรรมสำคัญต่อพวกเขาเหมือนกับที่ศิลปะสำคัญต่อชนชั้นเรา เพราะมันเป็นวิธีการที่ทำให้เราได้มาซึ่งความรู้สึกที่วิเศษกว่าใคร


อา สิ่งใดก็ตาม  ถ้าทำมากครั้งเกินไปก็กลายเป็นความรื่นรมย์ได้

Comments

Popular posts from this blog

MT-266 - MT-267 魔神ガロン (The Devil Garon, เทพอสูร การอน)

MT-089 - MT-090 アラバスター (Alabaster , อลาบาสเตอร์)